ค้นหาบล็อกนี้

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2564

กระดูกไก่ดำ

กระดูกไก่ดำ

สมุนไพรกระดูกไก่ดำ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า กระดูกดำ (จันทบุรี), ปองดำ แสนทะแมน (ตราด), เฉียงพร้า (สุราษฎรณ์ธานี), กุลาดำ บัวลาดำ (ภาคเหนือ), เกียงพา เกียงผา เฉียงพร้าบ้าน เฉียงพร้าม่าน เฉียงพร้ามอญ เฉียงพร่าม่าน ผีมอญ สันพร้ามอญ สำมะงาจีน (ภาคกลาง), โอกุด๊ดอื้งติ้น (จีน), ปั๋วกู่ตาน อูกู่หวางเถิง (จีนกลาง) เป็นต้น




ลักษณะของต้นกระดูกดำ
ต้นกระดูกไก่ดำ จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 90-100 เซนติเมตร ลำต้นเป็นสีแดงเข้มถึงสีดำหรือเป็นสีม่วง เกลี้ยงมัน
ลักษณะของลำต้นและกิ่งเป็นปล้องข้อ ดูคล้ายกับกระดูกไก่ โดยมีขนาดข้อของลำต้นยาวประมาณ 2.5-3 นิ้ว ส่วนข้อของปล้องกิ่งยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว
ตามลำต้น กิ่งก้าน และใบมีสีแดงเรื่อ ๆ ต้นกระดูกดำเป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำและวิธีการเพาะเมล็ด ขึ้นได้ดีในดินที่ร่วนซุย มักขึ้นเองตามริมลำธารในป่าดงดิบ
ใบกระดูกไก่ดำ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงคู่ ใบมีลักษณะเป็นรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบไม่มีหยัก ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-2 เซนติเมตรและยาวประมาณ 4-14 เซนติเมตร แผ่นใบเรียบเงาเป็นสีเขียวเข้ม หน้าใบเป็นสีเขียวสด ส่วนหลังใบเป็นสีเหลืองอมสีเขียว มีเส้นกลางใบเป็นสีแดงอมดำ ส่วนก้านใบสั้น ดอกกระดูกไก่ดำ ออกดอกเป็นช่อบริเวณส่วนยอดของต้นหรือบริเวณปลายกิ่ง ในช่อหนึ่ง ๆ จะมีความยาวประมาณ 2-3 นิ้ว ดอกมีลักษณะเป็นหลอดเล็ก ๆ
ปลายดอกแยกออกเป็นกลีบ กลีบดอกเป็นสีขาวอมเขียวแกมสีชมพู โคนกลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายกลีบแยกเป็นกลีบบนและกลีบล่าง กลีบดอกมีลักษณะโค้งงอนเหมือนช้อน ข้างในหลอดดอกมีเกสรเพศผู้ 2 ก้าน โผล่พ้นขึ้นมาจากหลอด
ผลกระดูกไก่ดำ ผลมีลักษณะเป็นฝัก มีความยาวประมาณ 1.3-1.5 เซนติเมตร
สรรพคุณของกระดูกไก่ดำ
ที่มาเลเซียและอินโดนีเซียจะนำใบมาต้มกับน้ำกินเป็นยาบำรุงโลหิต ใบสดนำมาตำคั้นเอาแต่น้ำมาดื่มเป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ ส่วนในมาเลเซียและอินโดนีเซียจะนำใบสดมาตำผสมกับหัวหอมและเมล็ดเทียนแดง แล้วนำมาพอกแก้อาการปวดศีรษะ ใบสดนำมาตำคั้นเอาแต่น้ำมาดื่มเป็นยาแก้โรคหืด ใช้ใบสดนำมาต้มกับน้ำดื่ม หรือจะใช้ใบนำมาตำผสมกับเหล้าคั้นเอาแต่น้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ ลดความร้อน ช่วยขับเลือดข้นในร่างกายให้กระจาย ช่วยกระจายเลือด แก้เลือดคั่งค้างเป็นลิ่มเป็นก้อน ทำให้เลือดที่อุดตันในร่างกายไหลเวียนสะดวก น้ำคั้นจากใบใช้ผสมกับเหล้ากินเป็นยาแก้อาเจียนเป็นเลือด ใบเมื่อนำมาตำแล้วให้คั้นเอาแต่น้ำมาใช้ผสมกับเหล้ารับประทานเป็นยาแก้ไอ รากเป็นยาแก้ท้องเสีย น้ำคั้นจากใบใช้เป็นยาทาแก้อาการปวดท้อง ใบนำมาต้มกับนมรับประทานเป็นยาแก้ท้องร่วงอย่างแรง น้ำคั้นจากใบใช้ผสมกับเหล้ารับประทานเป็นยาขับปัสสาวะ รากและใบนำมาตำผสมกัน ใช้เป็นยาพอกถอนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เช่น พิษงู ผึ้ง ต่อ แตนต่อย เป็นต้น หรือใช้กากของใบนำมาพอกแผลบริเวณที่ถูกกัดจะช่วยดูดพิษของอสรพิษได้ หรือจะใช้ใบนำมาขยี้ผสมกับเหล้าขาวเป็นยาทาก็ได้ รากและใบนำมาต้มกับน้ำใช้อาบแก้โรคผิวหนังและผื่นคันตามตัว ใช้รากเป็นยาทาเด็กที่เป็นเม็ดตุ่มขึ้นตามตัว ใบนำมาต้มกับนมรับประทานเป็นยาแก้ฝีฝักบัว น้ำคั้นจากใบใช้ผสมกับเหล้ากินช่วยแก้อาการช้ำใน แก้ปวดบวมตามข้อ หรือจะใช้น้ำคั้นจากใบทาแก้อาการปวดตามข้อ ช่วยแก้เคล็ดขัดยอก ด้วยการใช้รากนำมาตำผสมกับเหล้าหรือน้ำส้มสายชู แล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็น
สูตรตำรับสเปรย์กระดูกไก่ดำ สรรพคุณแก้อาการปวดข้อ ปวดเมื่อย ฟกช้ำ อักเสบเฉียบพลัน (ใช้ฉีดบริเวณที่มีอาการปวดหรือมีการอักเสบของข้อต่าง ๆ) ในส่วนผสมจะประกอบไปด้วย 1.สารสกัดกระดูกไก่ดำ 400 ซีซี (ระเหยแอลกอฮอล์ออก) 2.เมนทอล 60 กรัม 3.การบูร 120 กรัม 4.น้ำมันหอมระเหย 10 ซีซี (กลิ่นเปปเปอร์มินต์) 5.น้ำมันเขียว (Cajuput oil) 2% 8 ซีซี
วิธีการทำ ละลายเมนทอลและการบูรให้เป็นเนื้อเดียวกัน เติมสารสกัดกระดูกไก่ดำและน้ำมันเขียวลงไปคนให้เข้ากัน แต่งกลิ่นด้วยเปปเปอร์มินต์ นำไปบรรจุลงในขวดสเปรย์ ทางตอนใต้ของอินเดียมีการใช้ใบของต้นกระดูกไก่ดำเพื่อรักษาโรคติดเชื้อหลายชนิด ทั้งต้นมีรสเผ็ด เป็นยาร้อนเล็กน้อย สรรพคุณเป็นยาขับลมชื้นตามข้อกระดูก ใบสดนำมาตำคั้นเอาแต่น้ำดื่มเป็นยาแก้อัมพาต สมุนไพรกระดูกไก่ดำ จัดอยู่ในตำรับยารักษาโรคมะเร็งเต้านม โดยเป็นตำรับยาที่ประกอบไปด้วยกระดูกไก่ดำ ไฟเดือนห้า ข้าวเย็นเหนือ ลิ้นงูเห่า และพุทธรักษา อย่างละเท่ากันนำมาต้มกับน้ำรับประทาน (ตามข้อมูลไม่ได้ระบุสัดส่วนที่ใช้เอาไว้) ซึ่งตำรับยานี้ยังใช้รักษาอาการฟกช้ำ แก้ไข้ ลดความร้อน และช่วยขับเลือดข้นในร่างกายให้กระจายได้ด้วย ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของกระดูกไก่ดำ สารที่พบได้แก่ สารอัลคาลอยด์, Juaticin และมีน้ำมันระเหยประกอบอยู่ด้วย รากที่นำมาต้มกับน้ำหรือแช่ในแอลกอฮอล์ หรือใช้สกัดด้วยแอลกอฮอล์ฉีดเข้าในท้องของหนูทดลองในปริมาณ 1-2 กรัมต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม พบว่าจะทำให้หนูมีอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น แต่ถ้าหากฉีดเข้าหนูทดลองในปริมาณ 10-20 กรัมต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม จะมีผลทำให้อุณหภูมิในร่างกายของหนูทดลองต่ำลงมาก และมีอาการถ่ายอย่างเฉียบพลันและถึงแก่ความตาย สารสกัดเมทานอลของใบกระดูกไก่ดำมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้หลายชนิด ทั้งเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก (เช่น Bacillus subtilis, Micrococcus luteus, Staphylococcus aureus, Staphylococcus mutans) และเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ (เช่น Escherichia coli, Klebsiella pneumoniae, Proteus vulgaris, Proleus mirabilis, Shigella Flexner, Salmonella paratypi A, Salmonella typhimusium) สมุนไพรชนิดนี้จึงนับว่าเป็นสมุนไพรที่น่าสนใจที่จะนำมาพัฒนาเป็นยาปฏิชีวนะเพื่อใช้รักษาการติดเชื้อที่ดื้อยาได้ในอนาคต กระดูกไก่ดำมีฤทธิ์ต้านอักเสบ ลดปวดสูงมาก ซึ่งเป็นฤทธิ์ที่มาจากสารสำคัญในกลุ่ม Flavonoids คือ Vitexin และ Apigenin ที่ออกฤทธิ์ผ่านกลไกเดียวกันกับยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) โดยไปยับยั้งเอนไซม์ทั้ง Cyclooxygenase (COX) และ Lipoxygenase pathways ทำให้มีผลยับยั้งการหลั่งสารที่เหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบหลายชนิด เช่น Prostaglandins, Histamine, NO, iNOS, MMP-9, Prostaglandins และยังพบว่าสารสกัดกระดูกไก่ดำยังออกฤทธิ์ที่ Opioid receptor ซึ่งเป็นกลไกเดียวกับมอร์ฟีน แต่มีฤทธิ์ลดปวดน้อยกว่ามอร์ฟีนประมาณ 2 - 5 เท่า นอกจากนี้ ยังมีกลไกลดการอักเสบเหมือนยาสเตียรอยด์ โดยไปยับยั้ง หรือ Stabilizing Lysosomal Membrane ไม่ให้สร้างสารพวก Hydrolytic enzyme จากเม็ดเลือดขาวออกมาย่อยเซลล์ และมีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวไปยังบริเวณที่อักเสบ มีฤทธิ์ลดปวด เทียบเท่ายามาตรฐานอย่างแอสไพริน (Aspirin) และยังพบว่าสามารถออกฤทธิ์ยับยั้งการปวดทั้งที่เกิดจากระบบประสาทส่วนกลางและส่วนปลาย จะเห็นได้ว่าฤทธิ์แก้ปวดลดอักเสบของกระดูกไก่ดำนั้น เกิดจากการทำงานผ่านหลายกลไก เทียบเท่ายาแผนปัจจุบันหลายชนิดที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน และมีจุดเด่นที่สำคัญและน่าสนใจที่จะนำไปใช้พัฒนาเป็นยาแก้ปวดลดอักเสบได้ในอนาคต มีรายงานก่อนหน้านี้ว่าสาร Apigenin ซึ่งพบในใบกระดูกไก่ดำมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของมะเร็งต่อมลูกหมากได้ สารสกัดกระดูกไก่ดำมีฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งของมนุษย์ในหลอดทดลอง โดยเหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์ (Apoptosis) ฤทธิ์ยับยั้งการสร้างหลอดเลือด (Anti-angiogenesis) ซึ่งฤทธิ์ดังกล่าวน่าจะสามารถนำมาพัฒนาเป็นยารักษามะเร็งได้ ล่าสุดกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย University of Illinois (ชิคาโก), มหาวิทยาลัย Baptist University (ฮ่องกง) และสถาบัน Vietnam Academy of Science and Technology (เวียดนาม) ได้ร่วมกันตีพิมพ์ผลการวิจัยล่าสุดลงในวารสาร Journal of Natural Products ถึงการค้นพบสารประกอบ Patentiflorin A จากต้นกระดูกไก่ดำ ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งไวรัส HIV ได้ดีเยี่ยมเหนือกว่ายาอะซิโดไทมิดีน (Azidothymidine) ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทางทีมงานได้ลองทดสอบกับตัวอย่างเซลล์นอกร่างกายแล้วปรากฏว่าได้ผล (สารประกอบนี้จะเข้าไปยับยั้งเอนไซม์ที่ไวรัส HIV ใช้ในการเข้าไปรวมตัวกันกับ DNA ของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ เมื่อเอนไซม์หายไป ไวรัสจึงไม่สามารถรวมตัวกับ DNA ชองเซล์ลเป้าหมายได้) แต่ยังไม่ได้ทดสอบในร่างกายมนุษย์จริง ๆ จนกว่าจะมั่นใจเรื่องผลข้างเคียง และหากผลิตยาต้านไวรัส HIV จากสารประกอบของสมุนไพรชนิดนี้ขึ้นมาได้ ยาต้านไวรัสน่าจะมีราคาถูกลงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แล้วผลดีจะตกอยู่กับผู้ป่วยในประเทศยากจนด้วย ประโยชน์ของต้นกระดูกไก่ดำ นิยมใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ โดยมักนำมาปลูกไว้ตามบ้านหรือใช้ทำรั้ว หากไก่ขาหัก นักเลงไก่ชนจะใช้ใบกระดูกดำนำมาประคบหรือห่อหุ้มไว้ตรงที่ขาไก่หัก ส่วนหมอยาพื้นบ้านก็เช่นกัน หากใครแขนหรือขาแตกหักก็จะใช้ทำลักษณะเดียวกัน ในประเทศมาเลเซียถือว่ากระดูกไก่ดำเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถช่วยป้องกันภูตผีและช่วยป้องกันภัยได้ ขอบคุณข้อมูลจาก medthai.com


เลือกซื้อเลือกหาได้ที่ ร้านต้นไม้ยายผัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น