ช่วยบำรุงโลหิต (ดอก, ยอดใบอ่อน)
ช่วยรักษาโลหิตเป็นพิษ (ราก)[9]
ช่วยบำรุงหัวใจ (ดอก, ยอดใบอ่อน)
แก่นและเปลือกใช้เป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย (แก่น, เปลือก)
ดอกและยอดใบอ่อนมีวิตามินสูง การรับประทานเป็นประจำจะช่วยบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี (ดอก, ยอดใบอ่อน)
ช่วยรักษาหวัดที่เกิดจากการตากลมหรือตากอากาศเย็น (ดอก)
ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน (ดอก)
รากมีรสเบื่อเย็น ใช้รับประทานเพื่อให้เกิดอาการอาเจียน ช่วยถอนพิษยาเยื่อเบา (ราก)
รากนำมาฝนหยอดตาแก้ตาอักเสบ ตาแดง ตาแฉะ ตามัว (ราก) บ้างว่านำมาใช้ผสมกับยาหยอดตาแล้วใช้หยอดตา (ราก)
ช่วยขับเสมหะ แก้เสมหะและโลหิต (ดอก)
ดอกมีรสเย็นขมและหอม ช่วยบำรุงปอด (ดอก)
ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ (ดอก)
ช่วยในการขับถ่าย (ดอก)
ช่วยบำรุงฮอร์โมนของสตรี (ดอก)
ช่วยบำรุงตับและไต (ดอก, ยอดใบอ่อน)
รากใช้เป็นยาดับพิษทั้งปวง (ราก)
ช่วยทำให้รู้รสชาติของอาหารและช่วยดับพิษยา (ราก)
ดอกใช้เข้าเครื่องยาหอม
ข้อควรระวัง ! : ลำต้นเป็นพิษต่อสุกร
ประโยชน์ของขจร
ยอดอ่อน ผลอ่อน และดอกใช้รับประทานเป็นผักสด หรือนำมาต้มหรือลวกให้สุกใช้รับประทานร่วมกับน้ำพริก ส่วนดอกยังสามารถนำไปปรุงอาหารได้อีกหลายเมนู เช่น แกงส้มดอกขจร แกงจืดดอกขจร แกงเลียง ขจรผัดไข่ ขจรชุบแป้งทอด ยำดอกขจร ข้าวต้มดอกขจร ผัดน้ำมันหอย ผัดกับปลาหมึก เป็นต้น (ยอดอ่อนคือส่วนที่มีคุณค่าทางอาหารมากที่สุด)
ในสมัยก่อนจะนำดอกขจรมานึ่งให้สุก ผสมกับมะพร้าวอ่อนหรือมะพร้าวแก่ขูดฝอย นำมาปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย งา และเกลือเล็กน้อย ใช้ทำเป็นขนมที่เรียกว่า "ขนมดอกขจร" แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยพบว่ามีขายแล้ว
ดอกสวยของขจร นอกจากจะรับประทานเป็นผักได้แล้ว ยังสามารถนำมาใช้ในงานดอกไม้สด ด้วยการนำไปร้อยอุบะติดชายมาลัยหรือเครื่องแขวนต่าง ๆ ได้อีกด้วย
เถาของต้นขจรมีความเหนียวมาก สามารถนำมาใช้แทนเชือกได้
นอกจากจะปลูกเพื่อนำดอกมารับประทานแล้ว ก็ยังสามารถปลูกเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย
บ้างระบุว่าเนื้อไม้สามารถนำมาใช้ในการก่อสร้างได้
คุณค่าทางโภชนาการของขจรในส่วนที่รับประทานได้ ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 72 แคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 10.6 กรัมสลิด
โปรตีน 5.0 กรัม
ไขมัน 1.1 กรัม
ใยอาหาร 0.8 กรัม
น้ำ 80.5 กรัม
เถ้า 1.0 กรัม
วิตามินเอ 3,000 หน่วยสากล (บ้างว่า 3,150 หน่วยสากล)
วิตามินบี 1 0.04 มิลลิกรัม
วิตามินบี 2 0.12 มิลลิกรัม
วิตามินบี 3 0.17 มิลลิกรัม
วิตามินซี 68 มิลลิกรัม
ธาตุแคลเซียม 70 มิลลิกรัม
ธาตุเหล็ก 1.0 มิลลิกรัม
ธาตุฟอสฟอรัส 90 มิลลิกรัม
แหล่งที่มา : กองโภชนาการ กรมอนามัย. ตารางแสดงคุณค่าอาหารไทยในส่วนที่กินได้ 100 กรัม
เลือกซื้อเลือกหาได้ที่ ร้านต้นไม้ยายผัน




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น